เมื่อความเครียดเรื่องเงิน กลายเป็นแรงผลักดันให้เราดูแลชีวิตดีขึ้น

#MoneyRelax #MoneyRelaxSeries เมื่อความเครียดเรื่องเงิน กลายเป็นแรงผลักดันให้เราดูแลชีวิตดีขึ้น
วันนี้ผมมีเรื่องที่อาจจะสร้างความประหลาดใจกับหลายๆคนและเชื่อว่าจะช่วยเพื่อนๆที่กำลังเครียดเรื่องเงินได้ ผมเพิ่งอ่านหนังสือที่ชื่อว่า "The Upside of Stress" โดย ดร.Kelly McGonigal นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัย Stanford มาครับ
หนังสือเล่มนี้สื่อสารมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ความเครียดไม่ได้แย่อย่างที่เราคิด และถ้าเรานำมาปรับใช้กับการบริหารเงิน เราจะพบว่าความกังวลเรื่องเงินในกระเป๋านี่แหละ คือแรงกระตุ้นอย่างดีที่จะพาเราไปสู่ความสำเร็จทางการเงิน ผมสรุปประเด็นที่น่าสนใจมาฝากดังนี้ครับ
1. ความเชื่อที่ว่า "ความเครียดเรื่องเงินทำร้ายเรา" อาจจะเป็นจริงแค่ครึ่งเดียว ดร.Kelly เล่าถึงงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่น่าสนใจว่า พนักงานองค์กรที่เผชิญความเครียดสูงมีโอกาสเสียชีวิตเพิ่มขึ้น 43% แต่เฉพาะคนที่เชื่อว่าความเครียดนั้นเป็นอันตรายต่อสุขภาพเท่านั้น ส่วนคนที่เครียดมากแต่ไม่ได้มองว่าความเครียดคือตัวร้าย กลับเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเสียชีวิตต่ำที่สุดครับ ต่ำกว่ากลุ่มที่รายงานว่าไม่มีความเครียดเสียอีก
ถ้าเราประยุกต์กับ ความเครียดทางการเงิน เช่น การมองว่า "หนี้" หรือ "เงินไม่พอใช้" คือปีศาจที่กำลังทำลายชีวิตเรา ร่างกายเราก็จะได้รับผลกระทบจริงๆ แต่ถ้าเราปรับมุมมองว่าความกังวลนี้คือสัญญาณเตือนให้เราต้องปรับปรุงแก้ไข สถานภาพทางการเงินจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นตามความเชื่อของเรา
2. เปลี่ยน "ความกังวล" เมื่อเห็นตัวเลขทางการเงินที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการ ให้กลายเป็น "พลังขับเคลื่อน" เวลาเราเครียดเรื่องเงิน หัวใจจะเต้นเร็ว เหงื่อออก มือสั่น เรามักคิดว่าเรากำลัง "เอาตัวไม่รอด" ซึ่งจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและสมองตื้อ หนังสือเล่มนี้บอกว่า อาการเหล่านั้นคือการที่ร่างกายกำลัง "สูบฉีดพลังงาน" เพื่อให้เราพร้อมรับมือกับอุปสรรคครับ หากเรามองสถานการณ์เงินที่ยากลำบากเป็น "ความท้าทาย" แทนที่จะเป็นภัยคุกคาม ร่างกายจะตอบสนองด้วยการหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยให้สมองจดจ่อ มีสมาธิ และตัดสินใจได้ดีขึ้น
3. ประเด็นที่ประทับใจผมที่สุดคือ หนังสือชี้ประเด็นว่า "เราจะไม่เครียดกับสิ่งที่ไม่ได้สำคัญกับเรา" เพราะฉะนั้น ถ้าเราเครียดเรื่องเงิน แสดงว่าเราใส่ใจเรื่องความมั่นคงของครอบครัว เราให้ความสำคัญกับเรื่องอนาคตของลูก หรือเราตระหนักเรื่องความรับผิดชอบในชีวิตของเราเอง ความเครียดและการ “ให้คุณค่า” คือเหรียญสองด้านที่ขาดกันไม่ได้ ชีวิตที่ไร้ความเครียดอาจกลายเป็นชีวิตที่ไร้ความหมายเช่นกัน
เพื่อนๆ สามารถนำคำแนะนำจากหนังสือเล่มนี้ไปปฏิบัติได้จริงทันที เมื่อรู้สึกเริ่ม "กังวล" เรื่องเงิน ด้วย 3 ขั้นตอน "พลิกวิกฤตการเงินให้เป็นโอกาส” ครับ
ขั้นตอนที่ 1: ยอมรับความจริง
แทนที่จะหลีกเลี่ยงหรือไม่ยอมรับความเครียด ให้พูดกับตัวเองว่า "ตอนนี้ฉันกำลังรู้สึกเครียดเรื่องเงิน และนั่นเป็นเพราะฉันให้ความสำคัญกับอนาคตของครอบครัวฉัน" การยอมรับจะช่วยให้เราถอยออกมาเป็นผู้สังเกตการณ์ แทนที่จะเป็นคนที่ได้รับผลกระทบเชิงลบอย่างเดียวครับ
ขั้นตอนที่ 2: ค้นหาพลังจากตัวเองและคนรอบข้าง
เตือนตัวเองว่า ความเครียดสามารถตีความหมายได้ว่าเป็นการที่ตัวเราเตรียม "พลังกายและใจ" ไปเลี้ยงสมองและร่างกายเพื่อให้เราคิดวิธีปลดหนี้หรือหาเงินเพิ่มได้เก่งขึ้น มองหา "เพื่อนที่ปรารถนาดี" เพื่อพูดคุยเรื่องเงินอย่างเปิดเผย จะช่วยลดความไม่สบายใจและหาทางออกที่เหมาะสมได้
ขั้นตอนที่ 3: ลงมือทำทันที
ใช้พลังงานที่เกิดจากความเครียดทำ "สิ่งเล็กๆ" ที่ควบคุมได้ เช่น จดรายรับ-รายจ่ายของวันนี้
โทรหาเจ้าหนี้เพื่อขอเจรจา หรือ ตั้งเป้าหมายเล็กๆ ที่ทำได้จริง เช่น "เดือนนี้จะออมเพิ่ม 500 บาท"
ความเครียดเรื่องเงินไม่ใช่สิ่งที่จะนำเราไปสู่ทางตันครับ แต่มันคือ "สัญญาณ" ที่บอกว่าพลังในตัวเรากำลังพลุ่งพล่านเพื่อพาให้เราก้าวข้ามปัญหาไปให้ได้ แค่เปลี่ยนวิธีมอง ความท้าทายทางการเงินจะเปลี่ยนจาก "สิงโตที่ไล่ล่า" กลายเป็น "ม้าที่แข็งแรงพาเราไปสู่เป้าหมาย" ครับ
ความคิดเห็น (0)
ยังไม่มีความคิดเห็น