คิดถึงอนาคตให้รอบด้าน! มาดู 5 เหตุผลทำไมพินัยกรรมอย่างเดียวถึงไม่พอ?



คิดถึงอนาคตให้รอบด้าน! มาดู 5 เหตุผลทำไมพินัยกรรมอย่างเดียวถึงไม่พอ?

หลายคนคิดว่าการทำพินัยกรรม เป็นวิธีที่เพียงพอแล้วสำหรับการจัดการมรดก แต่ในความเป็นจริงหารู้ไม่ว่าพินัยกรรมอย่างเดียวนั้นอาจไม่ครอบคลุมทุกมิติของการส่งต่อทรัพย์สิน และอาจก่อให้เกิดปัญหาที่ไม่ได้คาดคิดไว้ วันนี้เรามาดูกันค่ะว่าทำไมแค่มีพินัยกรรมถึงไม่พอ และคุณควรเสริมการวางแผนมรดกด้วยอะไรบ้าง

1. พินัยกรรมมีผลหลังจากเสียชีวิตเท่านั้น
📌 ข้อจำกัด: พินัยกรรมจะมีผลก็ต่อเมื่อเจ้าของมรดกเสียชีวิตแล้วเท่านั้น แต่ถ้าเกิดภาวะฉุกเฉิน เช่น เจ็บป่วยหนัก ไม่สามารถตัดสินใจได้ พินัยกรรมจะไม่มีผลในการจัดการทรัพย์สินหรือค่าใช้จ่าย
✅ แนวทางการแก้ไข : อาจจะตั้งผู้รับมอบอำนาจเพื่อให้บุคคลที่ไว้ใจสามารถจัดการทรัพย์สินแทนได้หากเกิดเหตุฉุกเฉิน และทำ Living Will (หนังสือแสดงเจตนารมณ์ทางการแพทย์) เพื่อระบุแนวทางการรักษาหากไม่สามารถสื่อสารได้

2. พินัยกรรมไม่ช่วยลดภาระภาษีมรดกและค่าใช้จ่าย
📌 ข้อจำกัด: หากมีทรัพย์สินมูลค่าสูง พินัยกรรมไม่สามารถช่วยลดภาษีมรดกได้โดยตรง และยังมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินเรื่องทางกฎหมาย เช่น ค่าธรรมเนียมศาล, ค่าทนาย, ค่าจัดการทรัพย์สิน
✅ แนวทางการแก้ไข : อาจจะใช้ประกันชีวิตเพื่อสร้างสภาพคล่องให้ทายาทโดยไม่ต้องเสียภาษีมรดก 

3. กระบวนการพินัยกรรมอาจใช้เวลานานและมีข้อพิพาท
📌 ข้อจำกัด: แม้ว่าจะมีพินัยกรรม ทายาทก็ยังต้องผ่านกระบวนการศาลเพื่อให้พินัยกรรมมีผล ซึ่งอาจใช้เวลาเป็นเดือนหรือเป็นปี หากมีข้อขัดแย้งในครอบครัว ศาลอาจต้องพิจารณาเพิ่มเติม ทำให้กระบวนการล่าช้า
✅ แนวทางการแก้ไข : โอนทรัพย์สินบางส่วนให้ทายาทล่วงหน้า เพื่อเลี่ยงความล่าช้า หรือใช้บัญชีร่วม หรือสิทธิ์การถือครองร่วม เพื่อให้ผู้ถือครองสามารถเข้าถึงทรัพย์สินได้ทันที

4. พินัยกรรมอาจถูกโต้แย้งหรือเป็นโมฆะได้
📌 ข้อจำกัด: พินัยกรรมสามารถถูกโต้แย้งในศาลได้ เช่น มีข้อสงสัยเรื่องความถูกต้องของเอกสาร, ถูกกล่าวหาว่ามีการบังคับขู่เข็ญ หรือมีพินัยกรรมหลายฉบับที่ขัดแย้งกัน
✅ แนวทางการแก้ไข : ทำพินัยกรรมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีพยานและทนายรับรอง

5. พินัยกรรมไม่ครอบคลุมทรัพย์สินทุกประเภท
📌 ข้อจำกัด: ทรัพย์สินบางทรัพย์สิน ก็ไม่ได้อยู่ภายใต้พินัยกรรม เช่น เงินประกันชีวิต (จะถูกจ่ายให้ผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุ), บัญชีเงินฝากที่มีผู้ถือบัญชีร่วม และทรัพย์สินที่ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกัน
✅ แนวทางการแก้ไข : ตรวจสอบและกำหนดผู้รับผลประโยชน์ให้ชัดเจนสำหรับ ประกันชีวิต, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และสินทรัพย์การลงทุนอื่นๆ หรือจะใช้แผนการจัดการมรดกที่ครอบคลุม ไม่ใช่แค่พินัยกรรม

เห็นไหมคะว่าพินัยกรรมเป็นแค่ “เครื่องมือหนึ่ง” ที่ไม่ใช่ทั้งหมดของการวางแผนมรดก พินัยกรรมจะช่วยระบุการแบ่งทรัพย์สิน แต่ไม่ได้แก้ปัญหาทุกอย่าง ดังนั้นจะต้องเสริมด้วยเครื่องมืออื่นๆ เช่น ประกันชีวิต, การตั้งผู้รับมอบอำนาจ, และการวางแผนภาษีมรดก หรือคุณอาจจะต้องต้องวางแผนตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อลดปัญหาและป้องกันข้อพิพาทในอนาคต

ถ้าหากต้องการส่งต่อมรดกให้ราบรื่นและมีประสิทธิภาพ มาเรียนรู้การวางแผนภาษีมรดกด้วยหลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP Module 5 การวางแผนภาษี และมรดก
สามารถสอบถามข้อมูล / สมัครอบรมได้ที่ Line: @CMSK 


ความคิดเห็น (0)

ยังไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะแสดงความคิดเห็นได้
เข้าสู่ระบบ
LINE chat