“พินัยกรรมไร้ผล!” ถ้าไม่ได้ทำสิ่งนี้…ทรัพย์สินของคุณอาจตกเป็นของรัฐ



“พินัยกรรมไร้ผล!” ถ้าไม่ได้ทำสิ่งนี้…ทรัพย์สินของคุณอาจตกเป็นของรัฐ

#รู้ทันมันนี่ “พินัยกรรมไร้ผล!” ถ้าไม่ได้ทำสิ่งนี้…ทรัพย์สินของคุณอาจตกเป็นของรัฐ

เคยคิดไหมคะว่า “ถ้าวันหนึ่งเราไม่อยู่แล้ว” ทรัพย์สินที่ตั้งใจเก็บไว้ มันจะไปอยู่กับใคร?

และเชื่อเลยว่ามีหลายคนตอบแบบมั่นใจเลยว่า “ก็เขียนพินัยกรรมไว้แล้วไง แค่นั้นก็น่าจะจบ” แต่ความจริงคือ… มีหลายกรณีมากที่พินัยกรรม “ไม่มีผล” หรือ “เป็นโมฆะ” และถ้าสุดท้าย ไม่มีทายาทที่เข้าข่ายตามกฎหมาย หรือจัดการไม่ถูกทาง ทรัพย์สิน (หลังชำระหนี้กองมรดกแล้ว) อาจตกเป็นของแผ่นดิน/รัฐ ได้จริงค่ะ

วันนี้เลยอยากมาเล่าสู่กันฟังในแบบที่เข้าใจง่าย ๆ ว่า พินัยกรรมจะ “ไร้ผล” เพราะอะไรบ้าง และ ทำยังไงให้ปลอดภัยตั้งแต่แรก

พินัยกรรม “ไร้ผล” มักพังตรงไหน? มาดู 5 จุดเสี่ยงที่เจอบ่อยกันค่ะ

1) ทำผิดรูปแบบที่กฎหมายกำหนด (พลาดตั้งแต่โครงสร้าง)
รู้ไหมว่าพินัยกรรมจะต้องทำตาม “แบบ” ที่กฎหมายรองรับ (ซึ่งมีทั้งหมด 5 แบบ) เช่น
🔹แบบธรรมดา (มีเอกสาร + พยาน)
🔹แบบเขียนเองทั้งฉบับ (ต้องเขียนด้วยลายมือตัวเองทั้งหมด)
🔹แบบเอกสารฝ่ายเมือง (ทำต่อหน้านายอำเภอ/ผอ.เขต + พยาน)
🔹แบบเอกสารลับ
🔹แบบวาจา (ใช้เฉพาะเหตุฉุกเฉินจริง ๆ)
ถ้าหากทำ “ผิดแบบ” ก็จะมีโอกาสสูงมากที่ศาลจะมองว่า พินัยกรรมนั้นเป็นโมฆะ สุดท้ายก็ต้องกลับไปใช้ “กฎหมายมรดก” แทนความตั้งใจของเรา

2) พยานไม่ถูกต้อง (หรือพยานลงชื่อไม่พร้อมกัน)
อย่างที่หลาย ๆ คนทราบกันนะคะว่าการทำพินัยกรรมนั้นต้องมีพยาน และมีการเซ็นต์ชื่อด้วย ซึ่งพินัยกรรมหลายแบบต้องมีพยานอย่างน้อย 2 คน และโดยหลักควรเป็นพยานที่อยู่เห็นเหตุการณ์การลงชื่อจริง และที่สำคัญเลย คือพยาน (รวมถึงคู่สมรสของพยานในบางกรณี) ไม่ควรเป็นคนที่ได้ประโยชน์จากพินัยกรรม เพราะอาจทำให้ “ข้อกำหนดที่ยกให้คนนั้น” มีปัญหา/ตกเป็นโมฆะได้ หรือถ้า

3) ระบุผู้รับมรดกไม่ชัด หรือผู้รับเสียชีวิตก่อน (แล้วไม่ได้เผื่อ “ตัวสำรอง”) 
อย่างบางคนเขียนในพินัยกรรมว่า “ยกให้ลูกชาย” แต่ผู้ให้กลับมีลูกชาย 2 คน… เห็นไหมคะว่าแบบนี้ก็เริ่มเสี่ยงแล้วค่ะ และอีกเคสที่เจอบ่อยนะคะ คือ ระบุชื่อชัดแล้ว แต่ ผู้รับเสียชีวิตก่อนเจ้ามรดก แบบนี้ถ้าไม่ได้เขียนเผื่อไว้ว่า “ถ้าคนนี้เสียชีวิตก่อน ให้ใครรับแทน” ทรัพย์ส่วนนั้นอาจ “ตกไป” และต้องกลับไปแบ่งตามกฎหมายมรดก

4) ลืมคิดเรื่อง “หนี้สิน” ของกองมรดก
หลายคนโฟกัสแต่ “ทรัพย์สิน” แต่ลืมว่า หนี้สินก็เป็นส่วนหนึ่งของกองมรดกด้วย ซึ่งตามหลักแล้ว ก่อนแบ่งมรดกจะต้อง ชำระหนี้กองมรดกก่อน พอทายาทเห็นว่ามีหนี้ ก็อาจกลัวและเลือก “สละมรดก” ซึ่งถ้าหากทายาทสละกันหมด หรือไม่มีใครรับ ทรัพย์ในกองมรดกนั้นอาจต้องถูกจัดการเพื่อชำระหนี้ และถ้าเหลือแต่ “ไม่มีผู้มีสิทธิรับตามกฎหมาย” ก็มีโอกาสไปถึงขั้นตกเป็นของแผ่นดินได้เช่นกันค่ะ

5) ไม่มีพินัยกรรมเลย (หรือมีแต่ใช้ไม่ได้)
ถ้าไม่มีพินัยกรรม หรือพินัยกรรมไม่มีผลบังคับ กฎหมายจะให้มรดกไปที่ “ทายาทโดยธรรม” ตามลำดับชั้น เช่น ผู้สืบสันดาน, พ่อแม่, พี่น้อง, ปู่ย่าตายาย, ลุงป้าน้าอา (และคู่สมรสตามกฎหมาย) แต่ ๆ ปัญหาคือ…คู่ชีวิตที่ไม่ได้จดทะเบียน ไม่มีสถานะทายาทโดยธรรม และ เพื่อนสนิท / คนดูแลเรา / องค์กรการกุศล ก็ไม่ได้สิทธิอัตโนมัติ และถ้า “ไม่มีทายาทโดยธรรมเลย” + “ไม่ได้ยกให้ใครไว้” สุดท้ายทรัพย์ (หลังชำระหนี้แล้ว) อาจ ตกทอดแก่แผ่นดิน ทันที

แล้วต้องทำ “สิ่งนี้” อะไรถึงจะลดโอกาสพินัยกรรมไร้ผล?

✅ 1) เลือก “แบบพินัยกรรม” ให้ถูกต้อง และทำให้ครบขั้นตอน
✅ 2) ใช้ภาษาชัดเจน + ระบุ “ผู้รับสำรอง” ไว้ด้วย
✅ 3) ทบทวน/อัปเดต พินัยกรรมเป็นระยะ ๆ ซึ่งแนะนำให้ทบทวนทุก 3–5 ปี หรือเมื่อมีเหตุสำคัญ
✅ 4) เรื่อง “แก้ไขข้อความ” อย่าทำมั่ว ๆ เพราะถ้าพินัยกรรมมีการขูดลบ/ตกเติม/แก้ไข ต้องทำให้ถูกต้องตามหลักของแบบพินัยกรรมนั้น ๆ ไม่งั้น “ข้อความที่แก้” อาจไม่มีผล แล้วกลายเป็นปัญหาทีหลัง
✅ 5) วางแผนคู่กับประกันชีวิต (ช่วยส่งต่อเงินให้คนที่อยากให้ได้ง่ายขึ้น)

🌿 เห็นไหมคะว่าพินัยกรรมไม่ได้น่ากลัวเลยค่ะ แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ “คิดว่าทำแล้ว แต่ทำไม่ถูก” เพราะสุดท้ายมันอาจไม่เป็นไปตามที่เราตั้งใจ

ถ้าอ่านแล้วชอบหรือเป็นประโยชน์ แอดมินฝาก แชร์ต่อ ให้คนในครอบครัวหรือเพื่อน ๆ ด้วยนะคะ 💛

CMSK เราเปิดคอร์สอบรม / คอร์สทบทวน หลักสูตรการวางแผนการเงิน CFP ครบทั้ง 6 Modules ตลอดปี 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกๆท่านได้ก้าวเข้ามาในครอบครัวนักวางแผนการเงิน หากท่านใดสนใจ หรือมีข้อสงสัย และมีคำถามสามารถทักมาปรึกษา หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ Line: @CMSK หรือ คลิก >>> https://lin.ee/9I3s1eU


ความคิดเห็น (0)

ยังไม่มีความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะแสดงความคิดเห็นได้
เข้าสู่ระบบ
LINE chat